ท่านอาจารย์แคตลีน แบรนนอน (Kathleen Brannon) ตีพิมพ์เรื่อง

’10 Things to say (and 10 not to say) to someone with depression’

แปลว่า

“10 เรื่องที่ควรพูด (และ 10 ที่ไม่ควรพูด) กับคนที่ซึมเศร้า
(เศร้าสร้อย-หงอย-เซง)”

ในนิตยสาร ‘Health (= สุขภาพ)’

10 น้ำคำที่ทำความแช่มชื่นใจ  เป็นถ้อยคำที่บ่งบอกถึงเมตตากรุณาต่อคนที่กำลังเศร้าสร้อย-หงอย-เซง ซึ่งขอคัดต้นฉบับภาษาอังกฤษมาด้วย เพื่อจะเรียนภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ
กัน ได้แก่

(1). You’re not alone in this.

= คุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง (alone = โดดเดี่ยว เดียวดาย อยู่ตามลำพัง) เช่น เราเป็นเพื่อนกัน เป็นพี่น้องกัน เป็นญาติกัน ฯลฯ อะไรทำนองนี้

(2). You are important to me.

= คุณเป็นคนสำคัญของผม (ดิฉัน; important = ซึ่งมีความสำคัญ) กล่าวกันว่า คนเรานั้นที่จะไม่มีคนรักเลย และไม่เป็นที่รัก (ของคนอื่น) เลยนั้นไม่มี, คนที่รักเราแน่ คือ คุณแม่คุณพ่อ หรือถ้าเกิดมากำพร้าจริงๆ ก็ควรหัดรักตัวเอง เมตตากรุณาตัวเองให้ได้

เพราะอย่างน้อย ตัวเราควรเป็น “คนพิเศษ” ของตัวเราเองให้ได้ หรือไม่ก็ทำตัวเราให้มีค่าขึ้นมา เช่น มีเลือดที่บริจาคได้ก็บริจาคเป็นประจำ บริจาคอวัยวะ ฯลฯ

(3). Do you want a hug?

= คุณต้องการให้กอดไหม? (hug = กอด)   บล็อกของเราไม่สนับสนุนให้ไปเที่ยวกอดใคร หรือให้ใครกอด ทว่า… ถ้าเราไปในที่อันสมควรแล้วน่าจะทำได้

ท่านอาจารย์สุเทพ โพธิสัทธา แนะำให้แจกกอดได้ในที่อันควร เช่น รวมกลุ่มกันไปทำบุญ เลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วแจกกอดเด็กๆ ฯลฯ

วิธีหนึ่งที่น่าจะดี คือ พาน้องหมาน้องแมวไปด้วย (ขอพันธุ์ที่ใจดีหน่อย เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ฯลฯ ไม่ใช่พันธุ์ดุประเภทให้กอดแล้วกัดเลย) แล้วให้คนที่กำลังเศร้ากอด ซึ่งโรงพยาบาล-สปาสุขภาพน่าจะมีบริการนี้

(4). You are not going mad.

= คุณไม่ได้บ้า (mad = ซึ่งเป็นบ้า)  คนเราไม่ได้เกิดมาเหมือนกันทุกอย่าง เราเป็นเช่นที่เราเป็น ขอเป็นแบบนี้ คือ ‘Be good, Be you’ = “ขอให้เป็นคนดี และเป็นเช่นที่คุณเป็น”

(5). We are not on this earth to see through one another, but to see one another through.

= เราไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพื่อที่จะรู้เท่าทันคนอื่นไปเสียหมดทุกอย่าง แต่อยู่เพื่อที่จะเข้าใจ หรือรู้จักคนบางคนได้ดีขึ้น (ก็เท่านั้นเอง…) ; see through = รู้เท่ารู้ทันคนอื่น เช่น คนเจ้าเล่ห์ คนลวงโลก ฯลฯ,
เข้าใจ, ช่วยเหลือ [ thefreedictionary ] ; [ longdo

(6). When all this is over, I’ll still be here and so will you.

= เมื่อเรื่องร้ายๆ นี้ผ่านไป, เรายังคบกันได้นะ (หรือไม่ทิ้งกันอะไรทำนองนี้; over = มากเกินไป ผ่านพ้นไป)

(7). I can’t really understand what you are feeling, but I can offer my compassion.

= ผม (ดิฉัน) คงไม่อาจจะเข้าใจความรู้สึกของคุณได้อย่างแท้จริง, แต่ก็เห็นใจคุณนะ (understand = เข้าใจ; feel = รู้สึก; feeling = ความรู้สึก; offer = ให้; compassion = ความเห็นใจ)

(9). I love you. (Say this only if you mean it.)

= ผม (ดิฉัน) รักคุณ (พูดแบบนี้ได้เฉพาะเมื่อมีใจให้กันจริงๆ หรือความหมา่ยเช่นนั้น; mean =มีความหมายว่า) ไม่ใช่พูดไปเรื่อย เพราะคำนี้จะมีค่า มีความหมาย… เฉพาะเมื่อพูดออกมาจากใจ มิใช่ลวงโลก

(10). I’m sorry that you’re in so much pain. I am not going to leave you. I am going to take care of myself, so you don’t need to worry that your pain might hurt me.

= ผม (ดิฉัน) รู้สึกเสียใจที่คุณชอกช้ำ (หรือเจ็บปวดมาก), ไม่ได้คิดจะไปจากคุณ. ผม (ดิฉัน) ดูแลตัวเองได้ และไม่คิดว่าความเจ็บปวดของคุณจะทำร้ายผม (ดิฉัน) …

เรื่องของเรื่องคือ ความกรุณา (ปรารถนาให้คนอื่นพ้นทุกข์ บรรเทาทุกข์) กับความโทมนัส (ซึม-เศร้าสร้อย-หงอย-เซง-หงุดหงิด-ไม่แช่มชื่น) เป็นศัตรูใกล้กัน ตัวอย่างเช่น การไปเยี่ยมไข้คนอื่นอาจทำให้เราพลอยไม่สบายใจไปด้วย (โทมนัส) ทั้งๆ ที่ก่อนไปก็ปรารถนาจะไปเยี่ยมไข้ด้วยกรุณา

คนที่กำลังบาดเจ็บทางใจหรือไม่สบายหลายๆ คนจะหลบหนีไปอยู่ีเพียงลำพัง…คนบางคนอาจจะรู้สึกไม่ดีที่ความไม่สบายของเขาทำให้คนอื่นพลอยลำบากไปด้วย เช่น สามี ภรรยา ญาติสนิทมิตรสหาย ฯลฯ

วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนทุกฝ่าย “เดือดร้อนน้อยที่สุด” คือ แสดงความเข้มแข็งออกมา พยายามดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้ดีอยู่เสมอไม่ว่าเราจะป่วยหรือไม่ จะหนักหรือจะเบา และแสดงความเข้มแข็งให้ได้
ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายที่ชอกช้ำอยู่ หรือเป็นฝ่ายที่ช่วยคนช้ำ

คำ “คนไข้” ในภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า ‘patient’ ซึ่งแปลว่า “อดทน” ด้วย เนื่องจากคุณธรรมสำคัญของคนไข้ คือ ต้องมีความอดทน ไม่ใช่มีความทุกข์ยากแล้วบ่น พร่ำ รำพันไปเรื่อย, ทำให้เชื้อโรคแห่งความท้อแท้แพร่กระจาย, ทว่า… คนไข้ที่ดีควร “อดทน (patient)” ให้ได้ และแสดงความเข้มแข็งออกมาให้ได้ แม้ในท่ามกลางวิกฤติ

คนไข้ที่บ่นไปเรื่อยดูได้จากญาติสนิทมิตรสหายจะหลีก-ลี้-หนี-หายไปเรื่อยๆ… ใครเข้าใกล้ก็จะติดเชื้อแห่งความท้อแท้ ทำให้ถูกทอดทิ้งได้ง่าย  ตรงกันข้าม, คนไข้ที่ “เข็มแข็งอดทน-บ่นเท่าที่จำเป็น-ใจสู้” จะเป็นแบบอย่างของการสู้ชีวิตที่สำคัญ ทำให้เชื้อแห่งความเข้มแข็งแพร่ออกไป ดังคำกล่าวที่ว่า “มีสุขได้ในท่ามกลางทุกข์ และมีสุขภาพดี (ตามฐานะ) ได้ในท่ามกลางวิกฤติ”

สรุป คือ คำที่ควรพูดกับ “คนช้ำ” คือ การให้กำลังใจ และไม่ทอดทิ้งกัน

 

 ขอขอบคุณ เนื้อหาสาระดีๆ จาก

นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์.  ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 7 มกราคม 2553.

Advertisements